Get Adobe Flash player

เว็บสำนักพุทธจังหวัด

Untitled Document

เว็บไซต์ธรรมะดอทคอม

Calendar Clock

Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

Home โครงสร้างผู้บริหาร

พุทธมณฑล ศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก

การประชุมมอบนโยบาย “พุทธมณฑลเป็นศูนย์พระพุทธศาสนาโลก”โดย พระธรรมโกศาจารย์เจ้าอาวาสวัดประยุรวงศาวาส และอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ณ วัดประยุรวงศาวาส กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2550 เวลา 13.00 น.

หลังจากมีมติโดยชาวพุทธทั่วโลกได้มาลงนามในการประชุมชาวพุทธนานาชาติ เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2548 เนื่องในวันวิสาขบูชาโลก ประจำปี 2548 ณ ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 - 22 พฤษภาคม 2550 ในการประกอบพิธีวิสาขบูชานานาชาติ ที่ได้มีการลงนามให้พุทธมณฑลเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลก และให้มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยเป็น ผู้ประสานงานให้เป็นไปตามมติ นั้น จากวันนั้นได้เกิดความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงในโลกพระพุทธศาสนา ค่อนข้างเร็วทำให้สิ่งที่ได้มีมติร่วมกันในวันนั้น ประเทศไทยต้องกลับมาพิจารณาและวางแผนหรือปรับแผนกันใหม่ เพราะประเทศอื่น ๆ นั้น เขาได้นำมตินี้ไปดำเนินงานและปฏิบัติการ สร้างพุทธมณฑลของเขาเอง ซึ่งเขามีศักยภาพที่จะทำได้ เช่น ประเทศจีน และศรีลังกา ซึ่งอาตมาเพิ่งกลับมาจากศรีลังกาเมื่อเดือนที่แล้ว จะเห็นได้ว่าที่ประเทศศรีลังกาแต่เดิมเขาไม่มีความคิดว่าจะมีพุทธมณฑลของเขาเอง แต่เมื่อรับมติในการประชุมที่ผ่านมา ในตอนนี้คณะรัฐมนตรีของประเทศศรีลังกาเขาได้บริจาคที่ดินให้คณะสงฆ์ เพื่อให้เป็นพุทธมณฑลของประเทศศรีลังกา และเขาได้มาขอดูแบบการทำงานจากประเทศไทย และจะประกาศตัว อย่างเป็นทางการ เพื่อให้ต่างประเทศไปช่วยกันพัฒนาพุทธมณฑลของเขา และสำหรับประเทศไทยได้ไปสร้างศาสนสถานแบบไทยในพุทธมณฑลของศรีลังกาด้วย อาตมาขอยกตัวอย่างที่ลุมพีนีนั้น ไม่สามารถที่จะเป็นพุทธมณฑลศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก เพราะมีแต่วัตถุไม่มีศาสนบุคคล และไม่มีวิถีชีวิตที่เป็นต้นแบบของชาวพุทธทั่วโลก ดังนั้น สิ่งที่เป็นศูนย์กลางต้องมีศาสนบุคคล เพราะสิ่งก่อสร้างเพียงอย่างเดียวนั้นเป็นศูนย์กลางไม่ได้ เราไปสร้างแต่ไม่มีคนบริหาร และเป็นศูนย์ข้อมูล เลยกลายเป็นที่ตั้งของวัดต่าง ๆ แล้วต่างคนต่างอยู่ไม่เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน ดังนั้น จึงเป็นการเหมาะสมเป็นอย่างยิ่งที่ชาวพุทธจะมาให้ความสนใจในพุทธมณฑลที่ประเทศไทย โดยไม่ได้เป็นของวัดใดวัดหนึ่ง ที่เข้ามามีส่วน ร่วมและสามารถเข้ามาใช้งานได้ และเป็นของรัฐบาลไทยเป็นกรรมการกลาง ซึ่งรัฐบาลไทยนั้นถือเป็นศูนย์รวมของประเทศต่าง ๆ ที่มีความประสงค์จะนำศิลปะมาร่วมแสดง เพื่อทำให้เกิดความเชื่อถือก็สามารถนำมาแสดงได้ จะเห็นได้ว่าในโลกนี้เห็นจะมีแต่รัฐบาลของประเทศไทยเท่านั้นที่มีความใจกว้าง และแนวคิดนี้ไม่มีในประเทศอื่นในโลกที่ยกที่ดินให้เป็นสมบัติกลาง แต่ในประเทศจีนนั้น ก็มีการยกที่ดินให้เป็นสมบัติกลางเหมือนกัน เช่นที่ ถัวคงซาน ได้สร้างมหาวิทยาลัยสงฆ์ให้วัดไปพัฒนา แต่เป็นที่ดินของรัฐบาล สร้างมหาวิทยาลัยสงฆ์และพุทธมณฑล 1,000 ไร่ แต่เงินพัฒนาได้จากวัดที่มีเจ้าแม่กวนอิม อยู่บนเกาะ 15,000,000,000 เป็นเงินหนึ่งหมื่นห้าพันล้านบาท และสร้างหลังจากประเทศไทยประกาศไปแล้ว ส่วนศรีลังกาเพิ่งมาทำปีนี้เอง ดังนั้น พุทธมณฑลที่จะประกาศให้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลก ควรจะมีแนวทาง ดังนี้ 1. เป็นสถานที่เป็นกลาง ไม่ได้เป็นของวัดใดวัดหนึ่ง โดย “รัฐบาล” และคณะสงฆ์2. พร้อมที่จะเชิญหรือมีศักยภาพที่จะเชิญให้คณะสงฆ์หรือชาวพุทธในประเทศอื่น ๆ แม้กระทั่งต่างนิกายเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา เช่น มีพิพิธภัณฑ์ พระพุทธศาสนาที่คณะสงฆ์หรือชาวพุทธแต่ละประเทศ สามารถมาจัดแสดงได้ชาวพุทธทั่วโลกแทนที่จะบินไปแต่ละประเทศเพื่อไปดูของดี ๆ หรือแม้แต่หนังสือก็สามารถที่จะเป็นแหล่งข้อมูล ข่าวสาร ระบบคอมพิวเตอร์ โดยเข้ามาศึกษาจากเวปไซต์ของพุทธมณฑลเป็นข้อมูลหลัก เช่น ชาวพุทธในประเทศญี่ปุ่น อยากจะไปที่ไหน หรือแม้แต่จะไปปฏิบัติธรรมไม่ว่าจะเป็นประเทศใดในโลก ก็สามารถเข้ามาศึกษาข้อมูลได้ข้อมูลเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในประเทศไทย และข้อมูลจะขึ้นในเวป Buddha.net ขึ้นเป็นภาษาอังกฤษให้ทั้งหมด และแปลจากไทยเป็นอังกฤษด้วย เช่น อาตมาเขียนเป็นภาษาอังกฤษไปไว้ในเวป ก็จะได้เรียนรู้ โดยเราจะได้ทำสัญญาร่วมกันระหว่างมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยกับ Buddha.net ส่วนในแง่ของข้อมูลเผยแพร่ไปทั่วโลก ก็ต้องเป็น e-library เครือข่ายความร่วมมือระหว่างห้องสมุด เพื่อการเรียนรู้ เป็นห้องสมุดอิเลคทรอนิคส์ที่มี มี 2 ระบบ คือ 1. แบบการค้นหาธรรมดาทั่วไป 2. แบบ e-library เป็นการแปลภาษาต่าง ๆ เป็นเครือข่ายความร่วมมือระหว่างกัน ซึ่งจะอยู่ในข้อตกลงของพระพุทธศาสนาโลก แต่ต้องให้ประเทศไทยเป็นศูนย์นำทางด้านนี้ จะเห็นได้ว่า ความเป็นศูนย์กลางของพระพุทธศาสนาของโลก หากเราเสนอ ค.ร.ม. เราเสนอเป็นนโยบาย โดยเสนอเนื้องานของคณะสงฆ์เป็นตัวตั้ง ส่วนเรื่องการบริหารและปกครองไม่มีลักษณะเป็นศูนย์กลางอำนาจ แต่เป็นการติดต่อประสานงานเชื่อมโยง ช่วย ให้รู้จักกันประสานงาน การบริหาร มุ่งถึงเรื่องการเรียนรู้ เครือข่ายเชื่อมโยงถึงกัน การเผยแผ่มุ่งให้พุทธมณฑลเป็นศูนย์ฝึกอบรมของนักเผยแผ่ เป็นศูนย์ประชุมสัมมนาพุทธมณฑลนานาชาติ และประเทศไทยก็เป็นประเทศที่มีความได้เปรียบ ซึ่งอาตมาเคยคิดว่าอยากจะให้ดอนเมืองเป็นศูนย์กลาง ในแง่ของการบิน เวลาประชุมนานาชาติ เมื่อเรามองที่ประเทศไทยและประชาสงฆ์ประเทศอื่น ๆ แทนที่จะจัดงานที่สิงค์โปร์ก็มาจัดที่ประเทศไทย โดยใช้พุทธมณฑล ในฝ่ายฆราวาสที่ไปจัดงานที่ประเทศศรีลังกา และมีถึง 10 ประเทศ ก็จะมาจัดงานที่ประเทศไทย เป็นศูนย์การประชุมนานาชาติ เมื่อมาแล้ว เขาอยากเห็นห้องประชุมใหญ่ที่สามารถจุคนได้ถึง 3000 – 5000 คน ตอนนี้ห้องประชุมของพุทธมณฑลสามารถจุได้เพียง 1,200 คน แต่เราสามารถที่จะทำได้ โดยให้ทั่วประเทศช่วยกันลงขัน ซึ่งเขาพร้อมจะช่วย แต่เราต้องมาวางแผนก่อนที่ประเทศอื่นจะทำขึ้น ต้องวางระบบการออกแบบ ให้ดี เหมือนที่อารีน่า เมืองทองธานี เราช่วยกันระดมทุนแต่ไม่ได้ผูกขาด และเป็นให้ของกลาง จะได้เกิดความหลากหลาย โดยเราต้องวางแผนให้มีสิ่งต่าง ๆ ดังนี้1 1. มีห้องการประชุม 2 . มีที่พัก และเป็นการบริหารแบบเอกเทศ คิดค่าดูแล และค่าบริการ ห้องประชุมใหญ่จะเปิดบริการเมื่อมีการประชุมใหญ่ ส่วนห้องประชุมเล็กก็จะเปิดบริการห้องประชุมเล็ก ใครมาเที่ยวก็มีรถรับไปเที่ยวได้ทุกที่ และราคาถูก เช่นที่ถัวคงซานของประเทศจีนเขาทำแบบนั้น ปัญหาและอุปสรรค ขึ้นอยู่กับการจัดการ โดยมีคำถามว่า 1. คณะสงฆ์จะยอมหรือไม่ ที่จะให้ที่มหายานจะเข้ามามีส่วนร่วม 2. รัฐบาลจะมีนโยบายขยายไหม ถ้าเป็นในฝ่ายคณะสงฆ์ อาตมาจะเป็นผู้นำเสนอคณะสงฆ์ให้ ด่านสุดท้ายคือ ฝ่ายรัฐบาลและกรรมการพัฒนาพุทธมณฑล ต้องมีแผนแม่แบบมาประชุมร่วมกัน หากรัฐบาลให้เงิน 60 – 70 % จะมีส่วนช่วยกัน ก็จะเหลือแค่การออกแบบ ก็จะเห็นได้ว่า การจัดประชุมจะไม่แพงอย่างทุกวันนี้ อีกทั้งเรายังเป็นศูนย์กลางในการปฏิบัติธรรม โดยจะมีห้องกรรมฐาน และห้องแสดงผลงาน ใครอยากเรียนรู้ ก็มาที่พุทธมณฑลในประเทศไทยแห่งนี้ โดยควรทำข้อตกลงกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและมหามกุฎราชวิทยาลัย ในเรื่องการเป็นศูนย์กลางเรียนรู้ และศึกษาพระพุทธศาสนา มีห้องสมุดให้ค้นคว้า มีห้องเรียนให้ฟังบรรยาย และมีพิพิธภัณฑ์ ซึ่งในกฎบัตรของมหาวิทยาลัยพุทธศาสนาโลก หากมหาวิทยาลัยพุทธศาสนาโลกทำตามนั้น เราก็อาศัยกันในด้านการศึกษา มหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาโลกรับไปดำเนินการ และสำนักงานพระพุทธศาสนาเป็นผู้กำกับดูแล เป็นการรวมลงทุน หรือ consortium การร่วมมือระหว่างกัน เป็นรูปธรรมได้ 1. การบริหารปกครอง การบริหารข้อมูลทั่วโลก และต่อเชื่อมประสานให้ และผู้ที่นำศาสนาอื่นทั่วโลก แบบอินเตอร์เฟส 2. ด้านการศึกษา มหาวิทยาลัยพุทธโลกเป็นผู้ดูแล เผยแผ่ conference center 3. ห้องสมุด พิพิธภัณฑ์ศูนย์รวมข้อมูลทั้งหมด สาธารณูปการ ขาด Internal Buddhist Center conference ที่ผ่านมาอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรได้ไปวางศิลาฤกษ์ ที่เมืองแคนดี้ ประเทศศรีลังกา ซึ่งสร้างแล้ว ในวัดพระเขี้ยวแก้ว เขาสร้างมหาวิทยาลัยสงฆ์ และรัฐบาลไปสร้างพุทธมณฑลที่นั้น 4. สาธารณะสงเคราะห์ การส่งเงินมาช่วยประเทศไทย ต้องมี Center ระดมทุนช่วยกันเอง ยกตัวอย่าง ผู้นับถือพระพุทธศาสนา มหายานมีเงินมากแต่ไม่รู้จะนำเงินไปที่ไหน นั้นคือ เป็นระยะต้น phase 1 ที่เราได้คิดวางแผนไว้ ส่วนในระยะไกล ศูนย์กลางศาสนาโลก ต้องทำอะไร บทบาทเชิงรุก 1. ต้องเป็นต้นแบบ ยกตัวอย่างงานพระธรรมทูต ที่ในประเทศอินเดีย ที่เราได้ไปฟื้นฟู บางหมู่บ้านไม่มีพระพุทธรูป ต้องอาศัยวัด ทุกวันนี้จะเห็นได้ว่า ผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ ต้องไปศึกษาดูงานที่วาติกัน ดังนั้น ในการพัฒนาพุทธมณฑล หากให้ทางพระพุทธศาสนามหายานและเถรวาทช่วยกันส่งเสริม ชื่อว่า อนุรักษ์วัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา มีศูนย์วิจัย และลงไปทำวิจัย เช่น วิถีชาวพุทธในศรีลังกา มีศาสนาสถาน ฉลองวิสาขบูชาศรีลังกาเขาทำกันอย่างไร และเขาอยากเรียนรู้วิธีการเวียนเทียนอย่างประเทศไทยทำอย่างไร นี้เป็นเรื่องที่ศูนย์วิจัยเป็นพี่เลี้ยงในเชิงวัฒนธรรมทางพระพุทธศาสนา อาจจะต้องเป็นระยะกลาง เช่น เราคนไทยหรือชาวพุทธไป ที่ประเทศอินเดีย ส่วนผู้ที่นับถือศาสนาอิสลามก็ไปที่ เมกกะ ผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ไปวาติกัน ซึ่งไม่ต่างกัน ได้แรงบัลดาลใจ แต่ชาวพุทธไม่ได้ความรู้ นั่นคือจุดที่ชาวพุทธขาด คือเรื่องของปัญญาที่จะนำมาพัฒนาตนเองนั้นไม่มี อยากให้พุทธมณฑลทำตรงจุดนี้ อย่างเช่นผู้ที่นับถือศาสนาคริสต์ เมื่อไปที่วาติกัน เหมือนถูกล้างสมอง แต่ผู้ที่นับถือศาสนาพุทธจะเห็นได้ว่ามีแต่ศรัทธา แต่ขาดปัญญา เช่น เมื่อชาวพุทธไปที่พุทธคยา ก็ไม่ได้ไปพัฒนาปัญญา ดังนั้น จึงอยากให้พุทธมณฑล ได้เป็นสถานที่สร้างทั้งศรัทธาและปัญญา ศึกษาเรียนรู้ซึ่งกันและกัน จะได้นำไปพูดกับรัฐบาลอื่นได้ ซึ่งในการศึกษาเรียนรู้แบบนี้สามารถได้จัดเข้าในหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา คือ พละ 5 (ธรรมอันเป็นกำลัง — power) มีหัวข้อ ดังนี้ 1. สัทธา (ความเชื่อ — confidence)

2. วิริยะ (ความเพียร — energy; effort)

3. สติ (ความระลึกได้ — mindfulness)

4. สมาธิ (ความตั้งจิตมั่น — concentration)

5. ปัญญา (ความรู้ทั่วชัด — wisdom; understanding) ในเรื่องการจัดหากรรมการร่วม เพื่อลงนามความร่วมมือ แบ่งเป็น 1. ผู้ลงนาม ฝ่ายไทย - มีสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหามกุฎราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยพุทธโลก ยุวพุทธสมาคม เป็นต้น 2. ข้าราชการกรม / กอง 3. มหาเถรสมาคม 4. เจ้าคณะใหญ่ จีนนิกาย / อนัมนิ. 5. ผู้แทนต่างประเทศ ในฝ่ายมหายาน ดังนี้ ประเทศจีน คือท่าน ชิเมงยี่, ประเทศไต้หวัน / ภิกษุณีอัมพิกา ( เมี่ยวเสิ้น) เจ้าอาวาสวัดโฝวกวงซัน สาขากรุงเทพ ฯ , รวมถึงประเทศญี่ปุ่น / ฮ่องกง, ส่วนประเทศศรีลังกา คือ ท่านนันทะ, ประเทศพม่า ท่านญาณนิสระ, ประเทศทางแถบยุโรป ธรรมรัตนะ ซึ่งท่านเป็นพระลังกาไปทำงานในประเทศทางแถบยุโรป เป็นต้น (จ.ส.อ.หญิง สุภลักษณ์ วิรักษา)

คณะทำงานและผู้ช่วยเลขานุการกองงานโฆษก ฯ

รายงานการประชุมมอบนโยบาย

http://www.phrathai.net/node/1388

http://www.gmcities.com/board/index.php?topic=1192.0